เราชื่อแนน
ชื่อที่ใช้ในราชการก้อ นฤมล
ส่วนนามสกุลก้ออย่ารู้เรยนะ
ชื่อที่เราใช้สมัครตามเว็บต่าง ๆ ในเน็ต
ก้อ นีรนารา อุดมทรัพย์พัฒนประเสริฐสกุล
ชื่อนี้เราคิดเองเรยนะ
ดูไฮโซเนอะ
อิอิ.
เราเกิดวันจัน
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๓๒
อย่าลืมซื้อของขวัญให้นะ
๕ ๕ ๕
เราเปนลูกคนเล็ก
มีพี่ชาย ๒ คน
คนโต ชื่อหนึ่ง - โฆษิต
แต่งงานแล้ว
มีลูก ๒ คน
ห่างกับเรา ๑๑ ปี
คนที่ ๒ ชื่อนาย - โอริส
เพิ่งจบปริญญาโท
เพิ่งจะได้งานทำ
ห่างกับเรา ๙ ปี
พี่ชาย ๒ คน ของเรา
โตเปนควายแล้ว
แต่มันยังชอบแกล้งเรา
เข้าใจว่าเรา " น่ารัก "
เลยชอบแกล้ง
อิอิ .
เรามีพ่อแม่น๊ะ .
พ่อแม่เราเปนเจ้าของร้านค้า
ขายวัสดุก่อสร้าง
ไม่รู้ขายดีไม๊
เพราะเราไม่เคยช่วยเรย
แย่จัง .
เรามีเพื่อนสนิท เพื่อนซี้
เยอะแยะเรย
ได้แก่ ..
ยี่ กิ๊บ อาย ทราย พัท ซัน ๆ หนิง
มี่ มะนาว
เราเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้พวกนี้ฟังเสมอ
แต่ตอนนี้เราได้จากพวกนี้มาไกล
ถึงระยะทางจะไกลแค่ไหนแต่ใจเราใกล้กัน
ใช่ม๊ะ ?
เราชอบเล่นเน็ตเปนชีวิตจิตจัย
วันไหนไม่ได้เล่น
" ใจจะขาดตาย "
เราชอบเล่น msn มาก
รองลงมาก้ออัพได*
ถ้าวันไหนเราไม่ได้ทำ ๒ อย่างนี้นะ
เหมือนว่าจะอารมเสียทุกที
{ เว่อละ }
เราชอบคุยทอระสับมาก
เราสามารถคุยทอระสับ ๒ เครื่อง
ไปพร้อม ๆ กับเล่น msn
๕ ๕ ๕
เคยมาแล้ว
เราชอบดูหนัง
โดยเฉพาะหนังผี
เราเปนคนกัวผีนะ
แต่ถ้ามีหนังผีมาฉาย
เราก้อจะไปนั่งปิดตาในโรง
เราชอบใช้หูให้เปนประโยช
แล้วใช้ตาของเพื่อน ๆ ดูแทนตาเรา
๕ ๕ ๕ . . .. . +
เราชอบร้องเพลง
ชอบแหกปาก
ร้องเพลงคู่กับดูหนัง
เมื่อไหร่ที่เราไปดูหนังกับเพื่อน
เราก้อมักจะพ่วงท้ายไปร้องโอเกะ
เมื่อไหร่ที่ไม่ได้ทำ
เหมือน ๆ ว่าจะอารมไม่ดี
อิอิ.
เราเปนพวกเกาหลีนิยม
ชอบอะไร ๆ ที่เปนเกาหลี
ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย
อิอิ.
เราเคยไปเรียนพาสาเกาหลีมา
" อันฮยองฮาเซโย "
" แนนนีราโกฮัมนีดา "
" ซารังแฮโย "
เราจำได้แค่นี้ ^^*
เราชอบอ่านนิยายเกาหลี
เราชอบดูหนังเกาหลี
แต่เราไม่ชอบอาหารเกาหลีน๊อ
ไม่อร่อย .
เราไม่ชอบพวกโกหก
ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล
ขี้โม้ โชอ๊อฟ
พูดให้ตัวเองดูดี
คิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นเปนไหน ๆ
ดีแต่ปาก
ป๊อด .
เราชอบพวกลุย ๆ
เปนกันเอง
ไม่กระแด๊ะ
อยู่ด้วยแล้วเฮฮาปาจิงโก๊ะ
พูดเก่ง ๆ พูดตรง ๆ
ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
จิงใจ .
เราชอบกิน
กินตั้งแต่ส้มตำไปจนถึงสเต๊ก
เรากินได้หมด
ไม่เลือกกิน
ยกเว้นพวกท๊อฟฟี่
เราไม่ชอบ ไม่แตะเลย
เหงแล้วจะอ้วก
แหว่ะ .
สงสัยมีความหลังฝังใจ
แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าอะรัย
ช่างมันปะลัย
ไปไกลแล้วกรู .
{ mc * }
เรามีแฟนกะเขาหนึ่งคน
ชื่อ นัท
อืม มม .. .. . +
นัทตามใจเราทุกอย่าง
เวลาเรางอน
นัทง้อ
เวลาเราโกด
นัทขอโทด
ทั้ง ๆ ที่บางทีนัทไม่ผิดเรย
นัททนมากกับความเอาแต่ใจของเรา
ไม่เหมือนคนอื่น ๆ
ที่พูดมานั้นเปนแค่อดีต
เพราะแนนทำเวปเพจหน้านี้มาปีกว่าๆแล้ว
ปัจจุบัน
เรากับนัทเลิกกันแล้ว
สาเหตุก้อเพราะ .. เราเบื่อ
เบื่อที่นัทเปนคนดี
ใครบอกว่า ' ดีเกินไป ' เปนแค่คำแก้ตัว
สำหรับเรา มันคือเหตุผลจิงๆ
ใครที่ยังไม่เคยเจอก้อไม่เข้าใจหรอกนะ
รักนัทจัง
storii *
เรื่องยาว จากอีเมล์ฉบับหนึ่ง...
เหลือแค่เพียงความทรงจำ…ดีๆ
บนรถเมล์ 23-12-99…
ตัวหนังสือสามารถบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปได้ดีกว่าคำพูดมากมายนัก
จึงไม่น่าแปลกที่ฉันจะหลงใหลในเสน่ห์ของตัวอักษรมาหลายปีดีดักแล้ว
ฉันมักจะเรียกตัวเองว่า "คนเขียนหนังสือ" อยู่เสมอ
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันคงเพราะว่าฉันเขียนหนังสือไม่ดีพอที่จะเรียกตัวเองว่า"กวี" ได้ล่ะมั้ง
โลกของตัวอักษรสวยงามนัก แค่มีปากกาสักด้าม เศษกระดาษสักแผ่น
และมีเขาคนนั้นเป็นพระเอกของเรื่องสักคนก็คงเพียงพอ
เรื่องราวความรักของฉันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
รู้เพียงแต่ว่าในสมุดบันทึกประจำวันของฉัน
มีชื่อเขาตั้งแต่วันมอบตัวทีเดียว…
คงเพราะความบังเอิญที่ทำให้เราสองคนมักจะได้ทำอะไรด้วยกันเสมอ
ได้เล่นละครด้วยกัน
ได้นั่งคู่กันในห้องทดลองวิทยาศาสตร์
หรือแม้กระทั่งไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยครั้ง…
แต่เรากลับไม่ได้ใกล้ชิดกันเท่าที่ควร
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม…
จนวันหนึ่ง…
"มีนอยากวาดรูปเหรอ เราสอนให้ก็ได้นะ"
นี่แหล่ะประโยคสำคัญที่ทำให้เราสองคนได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น
เขารีบกระวีกระวาดไปหากระดาษกับดินสอมาวางไว้ตรงหน้าฉัน
ไม่รู้ว่าวิญญาณครูไปสิงอยู่กับชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
เขาลากเส้นเป็นตัวอย่างแล้วให้ฉันลองทำตามไปช้าๆ
ลมที่พัดแรงทำให้ผมของฉันปลิวจนยุ่งไปหมด
"ขอโทษนะ"
เขาพูดแล้วเอื้อมมือมาหยิบปอยผมของฉันที่ปลิว
เพื่อเหน็บหูของฉันไว้อย่างเดิม
"ขอบคุณนะเฟิร์ส" ฉันพูดเขินๆ
ใบหน้ากลายเป็นสีแดงระเรื่อ
เขายิ้มบางๆเหมือนกับจะบอกว่าไม่เป็นไร
หลังจากทนนั่งดูฉันลากเส้นที่ดูไม่ได้เอาเสียเลยมาเป็นเวลานาน
เขาก็ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้ว
ส่ายหน้าไปมาอย่างหดหู่
"แย่กว่าเราตอนฝึกวาดใหม่ๆซะอีก"
เขาทำท่าทางเหมือนครูที่กำลังดุนักเรียนอยู่ยังไงยังงั้น
"ก็คนมันไม่เก่งนี่นา"
"ไม่ต้องสอนก็ได้นะ" ฉันบ่นเบาๆแล้ววางดินสอลงแรงๆ
เอาเหอะฝึกต่อไปละกันฮะ
"วาดรูปน่ะไม่ยากหรอกถ้ามีคนสอนดีๆอย่างเรา"
เขาบอกยิ้มๆ
ฉันส่ายหน้ากับความหลงตัวเองของเขา…หลงตัวเองจริงๆนะนายเฟิร์สจอมเก๊ก…
เราสนิทกันมากขึ้นทุกที…สนิทท่ามกลางเสียงแซวและวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนที่
"ไม่เว้นแม้แต่ในคาบเรียนสวีทกันจังเลยคู่นี้"
เสียงเพื่อนๆที่ดังมาจากด้านหลังห้องทำให้ฉันต้องวางดินสอลงอายๆ
"เฮ้ย! เธออย่าแซวซิ"
"เราไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นสักหน่อย" เฟิร์สแก้ตัวให้
เพื่อนๆทำสีหน้าไม่เชื่อ
แต่พอเห็นหน้าตาเอาเรื่องของฉันก็เลยจำใจต้องสงบปากสงบคำแล้วเดินหนีไปคุยกันที่
อื่นแทน
"ช่างเขาเหอะ"
ฉันพูดเบาๆแล้วก้มหน้าก้มตาวาดรูปต่อไป
"มีน…เรามีอะไรจะบอก" เขาพูดท่าทางเขินๆ
อารายเหรออออ"
ฉันเงยหน้าขึ้นมองแล้วพูดลากเสียงยาว
"เราชอบผู้หญิงคนหนึ่งนะ"
สีหน้าอายๆของเขาทำให้ฉันแอบหวังอยู่ลึกๆว่านี่
คงจะเป็นวิธีการบอกรักทางอ้อมของเขา แต่….
"คนนั้นไง"
ว่าแล้วเขาก็ชี้ไปที่เพื่อนร่วมสถาบันคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู
ฉันหันไปยิ้มล้อ
บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมไม่รู้สึกเสียใจอะไรเลยจนนิดเดียว
อาจจะเป็นเพราะว่าฉันไม่เคยหวังให้เขามารัก
แค่รู้สึกรักเขาอยู่ฝ่ายเดียวก็พอ
เสียงออดบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น
ฉันวางดินสอลงโดยอัตโนมัติ "เรากลับแล้วนะ" ฉันบอกเบาๆ
"ขอบคุณสำหรับการสอนวาดรูปและทุกๆอย่างนะ"
"มีนพูดเหมือนสั่งลาเลย" เขาพูดติดตลก
"อย่างกับเราจะไม่ได้สอนมีนอีกอย่างนั้นแหละ" "ใครจะไปรู้ล่ะ
ชีวิตมันไม่แน่หรอกเฟิร์ส" ฉันพูดทีเล่นทีจริง
แล้วเดินไปปิดกระจก
และประตูห้องเรียน เขาเดินมาช่วยอีกแรงหนึ่ง
"วันเสาร์เจอกันที่เรียนพิเศษแล้วกันนะ บ๊ายบาย"
เขาบอกลาแล้วโบกมือให้
ฉันยิ้มรับแล้วโบกมือตอบไป "กลับบ้านดีๆนะจ้ะหนูมีน"
เสียงตะโกนของเขาที่ดังตามหลังมา
ทำให้ฉันแอบอมยิ้มบางๆอย่างมีความสุข
ฉันนั่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับเขานับตั้งแต่วันแรกที่รู้
จักกัน ตลอดเส้นทางกลับบ้าน
ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่แสนจะธรรมดาคนนี้จะกลายมาเป็นคนสำคัญของหัวใจ
ถึงจะรู้ว่าเขามีคนที่เขาชอบอยู่แล้ว
แต่นั่นก็ไม่สำคัญอะไรเพราะฉันก็ยังคงมีความสุขที่จะรักเขา
ที่จะได้เห็นรอยยิ้ม
ได้ยินเสียงหัวเราะของเขา
มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉันคนนี้แล้ว
ฉันหยิบภาพเหมือนของฉันที่เขาวาดให้ตอนวันเกิดขึ้นมาดู
"สุขสันต์วันเกิดนะครับ"
ฉันยังจำเสียงใสๆของเขาที่บอกตอนเช้าตรู่ในวันสำคัญของฉัน
"มีความสุขมากๆนะครับมีน"
รอยยิ้มจริงใจของเขาในวันนั้นยังบันทึกอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอมา….ไม่เคยลบเลือน
"โครมมมมมมม!!!!!!" เสียงดังขึ้นที่ถนนสายหนึ่ง
บรรดาไทยมุงต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์รถคว่ำ
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งถูกหามออกมา
กระดาษวาดเขียนตกลงมาจากมือที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดของเธอ
ชายแก่คนหนึ่งหยิบขึ้นมาดู
เห็นหยดเลือดเปรอะไปทั่วแผ่นกระดาษนั้น
แต่ก็พอจะมองเห็นลางๆ
ว่าเป็นภาพวาดของหญิงสาวที่กำลังยิ้มสดใสในชุดนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง
มีลายมือที่เขียนไว้ใต้ภาพอย่างสวยงามว่า
"เพียงความทรงจำ…เฟิร์ส"
ชายแก่คนนั้นทิ้งภาพไว้ที่เดิมอย่างไม่ใคร่สนใจใยดีนัก
ลมเริ่มพัดกระหน่ำแรงขึ้นเรื่อยๆ
จนทำให้กระดาษแผ่นนั้นปลิวตกลงไปบริเวณลำคลองริมถนนและค่อยๆจมหายลงไปใต้ผืนน้ำนั้น
ผมได้สมุดเล่มนี้มาจากเพื่อนสนิทของเธอ…
ผมเลยขอเขียนเรื่องนี้ให้จบด้วยมือของผมแทน
เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา
ผมไปเรียนพิเศษก็นึกแปลกใจอยู่ตะหงิดๆว่าทำไมเธอถึงไม่มาเรียน
เพราะปกติเธอไม่ใคร่จะชอบหยุดเรียนนัก
ก็บังเอิญผมไปพบเพื่อนสนิทของเธอเข้าพอดิบพอดี
"เฟิร์ส…รู้เรื่องมีนหรือยัง"
เขาถามผมทันทีที่พบกัน
สีหน้าของเขามีแววเศร้าๆปรากฏอยู่ ตาก็ดูบวมแดงผิดปกติ
"ยังครับ มีนทำไมเหรอ" ผมถามยิ้มๆ
เธอก็คงไม่สบายแต่อาจจะหนักหน่อยถึงยอมขาดเรียนวันนี้…ผมคิด
"มีนรถคว่ำ"
"ตอนนี้อยู่ห้อง ICU โรงพยาบาล…………." เขาบอก
ผมอึ้งไปสักพักใหญ่ๆ
พอได้สติอีกทีก็มายืนอยู่หน้าห้อง ICU
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งข้างๆเพื่อนสนิทของเธอคนเดิม
เขาจัดการเป็นธุระไถ่ถามพยาบาลถึงเตียงของเธอเพราะไม่เห็นเธออยู่ที่เตียงเดิม
"เสียใจด้วยนะคะ คุณมีนาหัวใจล้มเหลวเมื่อ 15
นาทีที่แล้วค่ะ"
หูผมอื้อไปหมดจนไม่ได้ยิน
เสียงพยาบาลที่พูดอธิบายเรื่องราวต่อจากนั้น
ถ้าจะถามผมว่าวินาทีนั้นผมรู้สึกเช่นไร
ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
รู้เพียงแต่ว่าน้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาท่วมใบหน้าของผมตั้งแต่ได้รับรู้ว่า
เธอจากไปแล้ว ....
.....
..........
ผมอ่านบันทึกเล่มนี้หลังจากที่ร่างของเธอฌาปนกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว…
ผมเพิ่งรู้ว่าเธอรักผม…
แต่ทำไมเธอถึงไม่รู้เลยว่าคำพูดที่ผมพร่ำบอกกับเธออยู่บ่อยครั้งว่า
"รักกับชอบแตกต่างกัน"
มันคือสิ่งที่ผมอยากให้เธอรับรู้
ผู้หญิงคนที่ผมเคยชี้ให้เธอดูคือคนที่ผมชอบ
แต่ผู้หญิงคนที่ผมรักคือ
"เธอคนนี้"…
เธอคนที่เข้าใจและเป็นกำลังใจให้ผมอยู่เสมอ…
เธอจากไปอย่างไม่มีวันกลับทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่าผมคิดอย่างไรกับเธอ
ถ้าผมสามารถขอพรวิเศษใดๆได้
ผมอยากจะขอแววตาคู่นั้นที่เคยจ้องมองผมด้วยความรู้สึกดีๆอยู่เสมอ
รอยยิ้มที่เคยมีให้เวลาผมท้อแท้
เสียงหัวเราะที่เคยทำให้โลกทั้งโลกดูสดใส
…ผมอยากจะขอให้เธอกลับคืนมา…
เธอคือรักครั้งแรกของผม
อาจต้องใช้เวลามากสักหน่อยในการทำใจว่า
ต่อจากนี้จะไม่มีเธออยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว....
ไม่มีคนที่เข้าใจและคอยห่วงใยผมตลอดมา
แต่ผมรู้เสมอว่าเธอจะคอยจ้องมองผมอยู่ห่างๆเหมือนอย่างเคย
เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอเรียกมันว่าความสุข
และเธอจะรอผมอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
ตรงดินแดนแห่งความรักที่สร้างไว้สำหรับเราเพียงสองคน…
สักวันผมจะไปหาเธอ…
หลับให้สบายนะครับ…มีน…
หลับตาเถอะนะ…แล้วเราก็จะพบกันอาจเป็นเพียงฝันก็พอใจ
หลับตาเถอะนะ…ถึงตัวเราจะแสนไกลห่างกันเพียงไหนก็ใกล้เธอ
ชีวิตขีดเส้นทางไว้ให้เราเจอกันขีดทางที่ผกผันให้มีวันห่างไกล
หลับตานานนาน…คิดถึงวันเก่าจะยังมีเราสองคน…หลับตาเถอะนะคนดี…

ก่ อ น แ ล ะ ห ลั ง เ ที่ ย ง คื น .
[ ก่ อ น เ ที่ ย ง คื น . . . ]
ต้นโมกหน้าประตูบ้านผมไหวนิดๆ.
เมื่อคืนฝนตกตอนตี 4.
ไม่มีอะไรแน่นอนเลยใช่ไหมครับ ?.
เสื้อผ้าที่ผมตากไว้เปียกฝน.
ซอยบ้านผมเงียบเชียบดีจริงๆ.
ไม่มีวงเหล้า...ไม่มีเสียงวิทยุ.
ผมไม่ได้ใช้เวลานี้สำรวจตัวเอง.
ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ผ่านไป...
ผมอาจจะกังวลถึงแมลงสาบหน้าบ้าน.
ที่วิ่งก็อกๆ แก็กๆ ใต้ใบไม้แห้ง.
ผมไม่รู้หรอก ว่าต้นไม้ใหญ่หน้ารั้วบ้านเป็นพันธุ์อะไร ?.
มันยืนนิ่งๆ อย่างนี้มาหลายปี.
ผลัดใบก็หลายครั้ง...
ผมกวาดใบไม้หน้าบ้านเกือบทุกวัน.
ผมรู้สึกว่าอดีตก็เหมือนใบไม้.
มันแห้ง...แล้วมันก็ร่วง.
แล้วเราก็กวาดมันทิ้ง.
สมมุติว่าอดีตมีชีวิต...
ช่วงเวลาที่ซ้อนๆ กันไม่มีที่สิ้นสุดบรรจุอะไรไว้ ?.
นึกภาพลานหน้าบ้าน...
ตัวคุณจากนาทีที่แล้ว.
ตัวคุณจากชั่วโมงที่แล้ว.
ตัวคุณจากเดือนที่แล้ว.
ตัวคุณจากปีที่แล้ว.
เดินสวนกันขวักไขว่...
ต้องมีสักครั้งที่คุณในวินาทีนี้.
ซ้อนกับคุณในอดีตได้อย่างพอดี.
ทั้งๆ ที่บางเรื่องไม่ควรเกิด.
แต่คุณก็มักจะซ้อนกับอดีตเสมอ.
สำหรับผม...
ก่อนเที่ยงคืนของปีนี้.
ก็เหมือนก่อนเที่ยงคืนของปีที่แล้ว.
อดีตกับปัจจุบันซ้อนกันไม่มีที่สิ้นสุด.
ไม่ว่าจะยังมีคุณหรือผมหรือเปล่า...
วินาทีเดียวเท่านั้น.
ที่อดีตจะหายไป...
วินาทีเดียวเท่านั้น.
ที่อนาคตกำลังจะมาถึง...
สิ่งที่พิเศษที่สุดสำหรับปีใหม่คือ.
ก า ร ร อ ค อ ย วิ น า ที นั้ น .
[ ห ลั ง เ ที่ ย ง คื น . . . ]
วินาทีนั้นผ่านไปแล้ว.
อีก 1 ปีถึงจะมีช่วงวินาทีที่ผ่านไปอีกครั้ง.
วิถีชีวิตผมก็ยังเหมือนเดิม.
สมมุติว่ามันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในอนาคต.
ผมก็ได้แต่หวังว่ามันคงจะดี.
สุดท้ายการรอคอยก็นั่งอยู่ข้างๆ ผมอีกครั้ง.
พรุ่งนี้ยังเป็นวันหยุด.
ตอนเช้าผมก็คงจะกวาดใบไม้อีก.
อดีตก็จะหายไปอีก...ทุกนาที...ทุกวัน.
สมมุติอีกที...
นอกจากความทรงจำที่เหลืออยู่.
อ ดี ต มี อ ะ ไ ร ที่ คุ ณ คิ ด จ ะ เ ก็ บ ไ ว้ บ้ า ง ? .
สวัสดีปีใหม่ครับ...

เลขทะเบียนนักศึกษา : 5205681074
นางสาวกมนทรรศน์ โพธิพิมพ์
MissKamonthat Phothiphim
คณะ : คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
สาขาวิชา : สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

